ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้มีการเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) ประเมินสถานการณ์ว่าได้รับแรงกดดันหลักจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนในตลาดพลังงานโลกและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ตลาดต้องการอีกครั้ง
วิเคราะห์ปัจจัยกดดันค่าเงินบาทและเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ค่าเงินบาทที่ผันผวนในขณะนี้เป็นผลมาจากปัจจัยลบหลายด้านที่เข้ามากระทบพร้อมกัน ส่งผลให้เงินทุนไหลออกและสกุลเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลง ดังนี้
- ราคาน้ำมันพุ่งสูง: ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. ออกมาที่ 52.0 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนความต้องการใช้จ่ายที่ยังดี แต่อัตราเงินเฟ้อฝั่งราคาก็เร่งตัวขึ้นตามไปด้วย
- ฝั่งยุโรปยังน่ากังวล: ดัชนี PMI ของยุโรปอยู่ที่ 48.6 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนภาวะเศรษฐกิจหดตัวแต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อสูง (Stagflation)
- สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: แม้จะมีข่าวการขยายเวลาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนออกไปอีก 3 สัปดาห์ตามการระบุของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่า
แนวโน้มในระยะสั้นนี้ ค่าเงินบาทยังคงมีความเสี่ยงที่จะทดสอบระดับแนวต้านด้านบนหากดอลลาร์ยังไม่หยุดแข็งค่า นักลงทุนจึงควรติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าเงินบาทโดยตรง
สรุป
สรุปกรอบค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวที่ 32.35-32.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยลบจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นตัวฉุดรั้ง สำหรับผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกควรบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างระมัดระวังในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์สูงเช่นนี้